
ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ แคว้นมคธ มีเมืองสำคัญนามว่า ราชคฤห์ อันเป็นที่อยู่ของกษัตริย์ผู้ทรงทศพิธราชธรรม เมืองนี้รุ่งเรืองด้วยการค้าขาย ผู้คนอยู่เย็นเป็นสุข แต่ความสงบสุขนั้นก็มิได้ดำรงอยู่ตลอดไป เมื่อมีขุนนางผู้หนึ่งนามว่า โกวิททกะ ผู้มีจิตใจคดโกง ทุจริต และแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ตั้ง เขาได้วางแผนร้ายเพื่อยึดอำนาจจากพระราชา
โกวิททกะเริ่มจากการสร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชน เขากระซิบกระซาบใส่ร้ายขุนนางคนอื่น สร้างข่าวลือต่างๆ นานา เพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือของพระราชาและผู้ที่จงรักภักดีต่อพระองค์ ในขณะเดียวกัน เขาก็พยายามสร้างฐานอำนาจของตนเอง โดยการให้สินบนแก่เหล่าทหารและเจ้าหน้าที่ ทำให้พวกเขากลายเป็นเครื่องมือในการทำตามแผนการอันชั่วร้ายของเขา
สถานการณ์ในราชสำนักเริ่มตึงเครียด ขุนนางที่จงรักภักดีเริ่มหวาดระแวงซึ่งกันและกัน พวกเขาไม่แน่ใจว่าใครคือมิตรแท้ และใครคือศัตรูที่แฝงตัวอยู่ ความไม่ไว้วางใจแผ่ขยายไปทั่วราชสำนัก
พระราชาผู้ทรงปรีชาญาณ ทรงสังเกตเห็นความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ด้วยความที่ทรงไว้เนื้อเชื่อใจขุนนางที่อยู่ใกล้ชิด พระองค์จึงยังมิได้ปักใจเชื่อในข่าวลือที่ส่งถึงพระกรรณ
วันหนึ่ง ขณะที่พระราชาทรงมีพระราชดำรัสกับเหล่าขุนนางผู้ใกล้ชิด โกวิททกะได้แอบวางแผนที่จะลอบปลงพระชนม์พระราชาในระหว่างการประชุมนั้นเอง
ขุนนางผู้หนึ่งนามว่า สุเทวะ ซึ่งเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดและมองเห็นความเลวร้ายของโกวิททกะมาโดยตลอด ได้พยายามเตือนพระราชาหลายครั้ง แต่พระราชาทรงเห็นว่าสุเทวะเป็นเพียงผู้ที่อิจฉาความดีความชอบของโกวิททกะ
สุเทวะกล่าวกับพระราชาด้วยความร้อนรน "ฝ่าบาท! ข้าพระบาทได้ยินข่าวลือที่น่าตกใจยิ่งนักเกี่ยวกับพฤติกรรมของโกวิททกะ เขาได้แอบสะสมอาวุธ และวางแผนที่จะกำจัดพวกเราในเร็ววันนี้"
พระราชาทรงขมวดพระขนง "สุเทวะ เจ้าพูดอะไร? โกวิททกะเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ที่สุดของเรา เจ้าอย่าได้ใส่ร้ายเขาด้วยเรื่องเหลวไหลเช่นนี้"
สุเทวะคุกเข่าลง "ฝ่าบาท! ข้าพระบาทไม่กล้าโกหกต่อเบื้องหน้าพระองค์ แต่หากฝ่าบาทไม่เชื่อ ข้าพระบาทก็ไม่สามารถทำสิ่งใดได้อีก"
ในระหว่างนั้นเอง โกวิททกะที่ยืนอยู่ไม่ไกล ได้ส่งสัญญาณให้ทหารที่ตนควบคุมอยู่เตรียมพร้อม
เมื่อเห็นท่าทีของโกวิททกะที่ดูมีพิรุธ สุเทวะจึงตัดสินใจที่จะเปิดเผยความจริง เขาตะโกนเสียงดังว่า "ทุกคนจงระวัง! โกวิททกะกำลังจะลงมือ!"
สิ้นเสียงของสุเทวะ ทหารของโกวิททกะก็บุกเข้ามาในห้องประชุม แต่ด้วยความตื่นตัวของสุเทวะและขุนนางผู้ภักดีคนอื่นๆ ทำให้สามารถป้องกันตัวและจับกุมตัวโกวิททกะไว้ได้ในที่สุด
เมื่อความจริงปรากฏ พระราชาทรงเสียพระทัยที่ทรงหลงเชื่อโกวิททกะ แต่ก็ทรงขอบใจสุเทวะที่ช่วยเปิดเผยความจริงให้พระองค์ทราบ พระองค์ทรงลงโทษโกวิททกะตามสมควร และทรงประกาศให้สุเทวะและขุนนางผู้ภักดีได้รับความดีความชอบ
เหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้พระราชาทรงตระหนักว่า การเลือกคบคนเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง การพิจารณาผู้คนด้วยปัญญา และการเชื่อมั่นในผู้ที่มีคุณธรรม ย่อมนำมาซึ่งความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง
— In-Article Ad —
การพิจารณาบุคคลด้วยปัญญาและการเลือกคบคนดี นำมาซึ่งความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง.
บารมีที่บำเพ็ญ: ปัญญาบารมี, สัจจบารมี, ขันติบารมี
— Ad Space (728x90) —
352ปัญจกนิบาตสุวรรณหังสชาดกในอดีตกาล ณ ป่าหิมพานต์อันเป็นแดนสุขาวดีที่เต็มไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์ สัตว์ป่าน้อยใหญ่ต...
💡 สติปัญญาและความเมตตานำไปสู่ทางออกที่ดี การรักษาคำพูดและการรู้จักให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญ.
39เอกนิบาตอุกกุฏฐิตชาดก ในอดีตกาลนานมาแล้ว ณ กรุงพาราณสีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าพรหมทัตต์ทรงดำรงราชสมบ...
💡 สติปัญญาประเสริฐกว่าทรัพย์สมบัติ ยศศักดิ์ หรือลาภสักการะ เพราะสติปัญญาสามารถนำพาให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง.
247ทุกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในดินแดนอันไพศาล มีนครอันงดงามนามว่า มิถิลา นครแห่งนี้รุ่งเรืองด้ว...
💡 ความเมตตาและการให้อภัยสามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่แข็งกระด้างและนำพามาซึ่งความสงบสุขได้
73เอกนิบาตกุมพีลชาดก กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยที่พระโพธิสัตว์ทรงเวียนว่ายตายเกิดเป็นพระโพธิสัตว์ในแดนที่...
💡 ความดี ความเสียสละ และความอดทน สามารถเปลี่ยนแปลงจิตใจที่กระด้างให้กลับกลายเป็นความเมตตาได้ แม้แต่ผู้ที่เคยทำผิดพลาด ก็สามารถกลับตัวกลับใจและเป็นผู้ที่ประเสริฐได้ หากมีผู้ที่คอยชี้แนะและให้โอกาส
191ทุกนิบาตกุมารชาดกในสมัยโบราณนานมา ครั้งเมื่อพระโพธิสัตว์ทรงอุบัติเป็นกุมารน้อยผู้มีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุตร ...
💡 ความรักและความผูกพันในครอบครัวเป็นสิ่งมีค่าสูงสุด ไม่ควรละเลยหรือมองข้ามความดีงามเล็กๆ น้อยๆ ที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน การรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น และการบำเพ็ญเพียรด้วยความเมตตา จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น
81เอกนิบาตสักกปัญหชาดก ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงราชคฤห์อันรุ่งเรือง แคว้นมคธ มีเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์เกิดขึ้น เป็...
💡 ความสุขและความทุกข์ล้วนเกิดจากจิตใจของตนเอง การยึดมั่นถือมั่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ย่อมนำมาซึ่งทุกข์ การละวางซึ่งตัณหา และการดำเนินชีวิตตามอริยมรรคมีองค์ 8 คือหนทางสู่การดับทุกข์โดยแท้
— Multiplex Ad —